สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอฺ็ด
สถานที่เกี่ยวกับจังหวัดร้อยเอ็ด
1.หอโหวด
2.บึงพลาญชัย
3.กู่กาสิงห์
4.วัดประชาคมวนาราม
5.วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม
6.วัดบรูพาภิราม
7.วัดป่าโนนสวรรค์
8.วัดสระเกตุ
9.น้ำตกถ้ำโสดา
10.กู่พระโกนา
หอโหวด 101 แลนด์มาร์คของ ร้อยเอ็ด ที่มีความสูงกว่า 101 เมตร หรือเท่ากับอาคารสูงกว่า 33 ชั้น โดยฐานด้านล่างจะกว้าง 30 เมตร ยอดโหวดกว้างกว่า 20 เมตร รวมพื้นที่ทั้งหมดมากถึง 3,621 ตารางเมตร เลยทีเดียวค่ะ ซึ่งภายในอาคารก็จะมีทั้ง ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองต่างๆ ภัตตาคาร พิพิธภัณฑ์เมืองร้อยเอ็ด และ จุดชมวิวโล่ง ที่สามารถชมสวยงามของเมืองร้อยเอ็ดได้แบบ 360 องศาเลยค่ะ
บึงพลาญชัย สัญลักษณ์ของ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นเกาะกลางบึงขนาดใหญ่ สถานที่พักผ่อนของชาวร้อยเอ็ด และยังมักจะเป็นที่จัดงานเทศกาลสำคัญของจังหวัด ตกแต่งด้วยสวนไม้ดอกมากมายหลากหลายสายพันธุ์ ภายในบริเวณมี ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สิ่งสักดิสิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของร้อยเอ็ด รวมไปถึงกิจกรรมให้พายเรือเล่นชมวิวกลางบึงอีกด้วย
กู่กาสิงห์ นี้ ตั้งอยู่ใน วัดบูรพากู่กาสิงห์ เป็นโบราณสถานสถาปัตยกรรมแบบเขมร ที่มีขนาดใหญ่และยังอยู่ในสภาพดีอย่างมาก มีลวดลายสลักต่างๆ ที่สวยงดงาม ซึ่งกู่นี้น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะเขมร ที่เรียกว่า บาปวน อายุราวๆ ปี พ.ศ.1560-1630 สร้างขึ้นมาก็เพื่อไว้เป็นเทวสถานอุทิศถวายแด่พระอิศวรนั่นเอง
วัดประชาคมวนาราม หรือ วัดป่ากุง สร้างโดยหลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ที่ทำจากหินทรายธรรมชาติ ถือได้ว่าเป็นแห่งแรกในประเทศไทยเลยค่ะ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก เจดีย์โบโรบูโด (บรมพุทโธ) ที่เกาะชวา ของประเทศอินโดนีเซีย ภายในก็จะมีพระเจดีย์ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนผนังแกะสลักเรื่องราวพระพุทธประวัติและเวสสันดรชาดก รวมทั้งประวัติของหลวงปู่ศรีและรูปบูรพาจารย์อีกด้วย

วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม เป็นวัดที่ประดิษฐาน พระมหาเจดีย์ชัยมงคล พระมหาเจดีย์ใหญ่ที่งดงามมากที่สุดองค์หนึ่งของประเทศไทยเลยค่ะ และยังเป็นที่เคารพศรัทธา รวมไปถึงเป็นความภาคภูมิใจของชาวร้อยเอ็ดและชาวอีสานอีกด้วย ภายในเจดีย์จะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีทั้งหมด 6 ชั้นด้วยกัน และยังมี พิพิธภัณฑ์วิปัสสนากรรมฐานของหลวงปู่ศรี ที่ประดิษฐานรูปเหมือนของพระเกจิอาจารย์ในอดีตกว่า 101 องค์ พระสารีริกธาตุที่อยู่ชั้นบนสุด ให้เราได้สักการะเพื่อเป็นสิริมงคลอีกด้วยค่ะ

6. วัดบูรพาภิราม

วัดบูรพาภิราม วัดที่มี พระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือ หลวงพ่อใหญ่ มีความสูงกว่า 67 เมตร 85 เซนติเมตร โดยฐานพระพุทธรูปนั้นจะเป็นห้องพิพิธภัณฑ์จำนวนหลายห้องด้วยกัน และเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดร้อยเอ็ดด้วย ซึ่งถือได้ว่าหลวงพ่อใหญ่นั้น เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่คอยปกป้องคุ้มครองชาวร้อยเอ็ดให้มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างร่มเย็น และเชื่อกันว่า หากได้มากราบไหว้ จะได้อานิสงส์สูงเทียมเมฆ เทียม ฟ้าทำการสิ่งใดก็สำเร็จผลด้วยประการทั้งปวงนั่นเองค่ะ

7. วัดป่าโนนสวรรค์

Aim20 / Shutterstock.com
วัดป่าโนนสวรรค์ หรืออีกชื่อเรียกคือ วัดหม้อดิน วัดสวยที่งดงามไปด้วยประติมากรรมสุดแปลก โดยสร้างขึ้นมาจากนิมิตของ หลวงปู่คำปั่น จันทฺโชโต เจ้าอาวาสนั่นเองค่ะ ซึ่งประติมากรรมนี้ก็สอดแทรกไปด้วยเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ สะท้อนพระธรรมคำสอนต่างๆ รวมไปถึง วรรณคดีไทย และ ประเพณีท้องถิ่นอีกด้วยค่ะ

8. วัดสระเกตุ

วัดสระเกตุ เป็นที่ตั้งของ สิมคู่ อุโบสถเก่าแก่ สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ในช่วงที่เป็นกลุ่มชนวัฒนธรรมไท-ลาวนั้น เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ ซึ่งสิมคู่นี้ คือ อุโบสถ 2 หลังที่สร้างคู่กัน มีความสวยงามจากลายแกะสลักรูปราหูอมจันทร์ ลายพรรณพฤกษา ตามวัฒนธรรมไท-ลาว นั่นเองค่ะ สิมแรกนั้น จะเป็นส่วนของวิหารทึบ มุขหน้าทำเป็นเครื่องไม้ประดับ แกะสลักลวดลายรูปราหูอมจันทร์และลายพรรณ-พฤกษา ส่วนสิมอีกหลังจะเป็นอาคารโปร่งฐานสูง มุขหน้าแกะสลักลายเหมือนสิมหลังแรกเลยค่ะ สวยงดงามและหาชมได้ยากมากๆ

9. น้ำตกถ้ำโสดา

น้ำตกถ้ำโสดา เป็นน้ำตกถ้ำแห่งเดียวใน จังหวัดร้อยเอ็ด ค่ะ เป็นที่เที่ยวธรรมชาติที่เหมาะสำหรับมาพักผ่อนในวันหยุดมากๆ เพราะที่นี่จะเป็นน้ำตกถ้ำขนาดใหญ่ สูงประมาณ 50 เมตร และยังมีไฮไลท์อีกอย่างคือ เจดีย์หิน ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งจะตั้งอยู่ภายในศาลาที่พักสงฆ์ค่ะ ใครอยากสัมผัสกับความร่มรื่น เงียบสงบ ก็ลองมาที่นี่กันดูนะคะ

10. กู่พระโกนา

กู่พระโกนา เป็นโบราณสถาน ที่แม้จะมีขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่มาก แต่กู่พระโกนา ก็มีปรางค์อิฐมากถึง 3 องค์ด้วยกัน ตั้งอยู่บนฐานศิลาทรายโดยจะมีกำแพงล้อมและซุ้มประตูเข้าออก โดยปรางค์องค์กลางนั้น จะมีการฉาบปูนทับและก่อเป็นชั้นๆ โดยแต่ละชั้นจะมีซุ้มพระทั้ง 4 ทิศ ชั้นล่างของปรางค์องค์กลางจะสร้างเป็นวิหารพระพุทธบาท ประดับเศียรนาค 6 เศียร สันนิษฐานกันว่า กู่พระโกนา น่าจะสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 16 โดยดูได้จากศิลปกรรมต่างๆ ทั้ง ภาพสลัก เสากรอบประตู ซึ่งเป็นศิลปะแบบในสมัยขอมนั่นเองค่ะ
|
|


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น